ปลั๊กไฟ

ปลั๊กไฟ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเราอย่างยิ่ง

ปลั๊กไฟ มาตรฐาน มอก.

การเลือกซื้อปลั๊กไฟพ่วง รางปลั๊กไฟที่ถูกวิธีนั้น จะต้องมองหลายปัจจัยด้วยกัน จุดสำคัญเลยคือเรื่องคุณภาพ แน่นอน ปลั๊กไฟนั้นจะมุ่งเน้นแต่เรื่องราคา เพราะวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ก็เพียงแค่เสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ใช้งานได้ก็จบ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ความปลอดภัยในชีวิตต้องเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเรื่องไฟฟ้ามีคุณอนันต์ แต่มีโทษมหันต์เช่นเดียวกัน ปลั๊กไฟพ่วงที่ดี จะต้องมีสายไฟที่ดี เต้าเสียบที่ดี วัสดุที่ไม่ติดไฟ และยังมีเรื่องแผงวงจรภายใน ซึ่งบางทีเราดูจากภายนอกเราดูไม่เห็นแน่นอน เราอาจใช้วิธีเขย่าเพื่อฟังเบื้องต้น ถ้ามีเสียงตอนเขย่า อาจเป็นสาเหตุจาก ตะกั่วบัดกรีนั้นไม่ดี ทำให้หลุดออกมาและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตด้วยตะกั่วบัดกรีที่หลุดชิ้นนั้น วัตถุที่เหมาะกับการทำปลั๊กไฟพ่วงที่ดีที่สุดจะต้องทำจากทองแดง รองลงมาจากนั้นก็จะใช้ทองเหลืองกัน ทองเหลืองคือส่วนผสมระหว่างทองแดงกับสังกะสี แต่แท้จริงแล้ว ปลั๊กไฟพ่วงไม่มีคุณภาพ จะนำเหล็กชุบสีมาใช้ คือถ้าวัตถุที่นำไฟฟ้าไม่ดี จะทำให้เกิดความร้อนสะสม และอาจทำให้เกิดอันตรายได้ถ้ามีการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีโหลดเกิน (ใช้ไฟเยอะ) พอความร้อนสะสมเกิดขึ้นในแผงวงจร วัสดุที่ใช้ดันเป็นพลาสติกที่ติดไฟได้ งานก็เลยเข้า เพราะสายเหตุหลักของไฟไหม้ในประเทศไทยในปัจจุบันเกี่ยวข้องกับปลั๊กไฟพ่วง รางปลั๊กไฟ ปลั๊กสามตานี่แน่นอน เห็นไหมว่าการเลือกซื้อปลั๊กไฟพ่วง รางปลั๊กไฟนี่ จะมาดูกันแค่ว่า อะไรก็ได้ อะไรก็ได้ คงไม่ถูกต้องนะ

ปลั๊กไฟ มีระบบตัดวงจรไฟ เน้นความปลอดภัย

เรารู้แล้วว่าวัสดุที่เหมาะกับการใช้ในปลั๊กไฟพ่วงคือทองแดง แน่นอน ไม่ใช่ทุกยี่ห้อที่ใช้ทองแดง เนื่องจากทองแดงมีต้นทุนการผลิตที่สูง ทำให้แบรนด์ที่ไม่มีคุณภาพ มักจะไปใช้เหล็กชุบสี ซึ่งมีราคาที่ถูก ทีนี้การจะเลือกซื้อปลั๊กไฟพ่วงเราก็รู้แล้วว่า เราต้องดูวัสดุที่ใช้ประกอบก็คือ ทองแดง หรืออย่างน้อยต้องเป็นทองเหลือง ถ้าไม่ใช่สองอย่างนี้อย่าไปใช้ ถ้าแบรนด์จะไม่ได้ระบุก็อย่าเสี่ยง ดูแบรนด์หรือยี่ห้อที่บอกดีกว่าว่าใช้วัสดุอะไร เพราะแบรนด์พวกนี้หมกเม็ดเยอะค่ะ

สายไฟ เราต้องเลือกความยาวสายไฟที่เหมาะสม เพราะสายไฟที่ยาวก็จะทำให้ราคาสูงขึ้น แต่ถ้าเราซื้อไปแต่ใช้ใกล้ ๆ เช่น ซื้อสายไฟ 5 เมตร แต่ใช้เสียบทีวีที่อยู่ใกล้ ๆ หนึ่งเลยคือมันเกะกะ สิ้นเปลืองเงินโดยใช่เหตุ การจัดระเบียบสายทำได้ยาก ฝุ่นก็จะเข้ามาเกาะทำความสะอาดยาก อย่าใจร้อน เวลาเราเลือกซื้อปลั๊กไฟพ่วง ปลั๊กสามตา กลับไปวัดที่บ้านให้ชัวร์ ๆก่อนค่ะ

ปลั๊กไฟ มีความสำคัญไม่แพ้เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ รวมถึงปลั๊กพ่วง ที่ต้องเลือกใช้งานให้เหมาะสม

ทีนี้เรารู้แล้วว่าซื้อปลั๊กไฟพ่วงดูที่อะไรบ้าง ดูที่วัสดุอุปกรณ์ สายไฟ อะไรพวกนี้ วัสดุที่ฉีดสำหรับทำตัวเต้ารับก็สำคัญนะ ปัจจุบันอย่างที่ทราบกันจะเป็นพลาสติกเป็นส่วนมาก ให้เราดูคุณภาพของพลาสติกด้วยนะ ที่สำคัญวัสดุที่ใช้ควรจะเป็นวัสดุที่ไม่สามารถติดไฟได้ อย่างเช่นพลาสติก ABS หรือ โพลี คาร์บอเนต ที่เป็นพลาสติกคุณภาพสูง ไว้ใช้กับกระจกหน้าเครื่องบิน กระจกหน้าหมวกกันน็อค หรืออื่น ๆ พลาสติกชนิดนี้ไม่ติดไฟ พลาสติกแบบโพลีคาร์เนตเป็นพลาสติกที่ไม่ติดไฟ แถมยังช่วยให้ไฟดับ ทนความร้อนได้สูง ผสมสีได้ง่าย มีความเหนียว และยืดหยุ่น สามารถรองรับการกระแทกได้ดี ไม่เป็นรอยขีดข่วนง่าย วัสดุที่เป็น โพลีคาร์บอเนตนี้ เป็นเทคโนโลยีที่กำลังฮิตสำหรับการทำกระจก กระจกหน้าจอมือถือ กระจกเครื่องบิน

การเลือกซื้อปลั๊กไฟพ่วง

1.เขย่าก่อนซื้อ การเลือกซื้อปลั๊กพ่วงควรใช้วิธีเขย่าเพื่อฟังเสียงภายในของปลั๊ก หากมีเสียงตอนเขย่าอาจเป็นสาเหตุจากการหลุดของตะกั่วบัดกรี ถ้าซื้อมาใช้โดยที่ไม่เขย่าเพื่อตรวจสอบก่อน อาจส่งผลร้ายเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
2.เครื่องหมายรับรอง ปลั๊กไฟพ่วงที่มีคุณภาพ และตรงตามที่มาตรฐานกำหนด ต้องมีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือได้รับมาตรฐานสากล
3.สายไฟ ต้องมีฉนวนหุ้ม 2 ชั้น เต้าเสียบและเต้ารับมีแรงดันไฟฟ้าที่กำหนดไม่เกิน 250 โวลต์ รวมถึงรางเต้ารับผลิตจากพลาสติกเอวีซี (AVC) ซึ่งเนื้อพลาสติกจะเนียน และทนต่อความร้อนได้ดีกว่าพลาสติกพีวีซี (PVC) จึงช่วยลดความเสี่ยงจากเพลิงไหม้กรณีเกิดความร้อนสูงที่ปลั๊กไฟพ่วง ที่สำคัญอย่าลืมดูขนาดของสายไฟด้วย หากจะนำไปใช้ต่อพ่วงกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินกำลังไฟมาก ก็ควรเลือกสายไฟให้มีขนาดที่ใหญ่พอจะส่งกำลังไฟไปได้เช่นกัน
4.เลือกวัสดุเต้ารับ เต้ารับส่วนใหญ่มักเป็นพลาสติก ให้เราดูคุณภาพของพลาสติกด้วย ควรเป็นวัสดุที่ไม่สามารถติดไฟได้ เช่น พลาสติก ABS หรือ โพลี คาร์บอเนต ที่เป็นพลาสติกคุณภาพสูง หรือจะเลือกใช้พลาสติกแบบโพลีคาร์บอเนต เป็นพลาสติกที่ไม่ติดไฟ แถมยังช่วยให้ไฟดับ ทนความร้อนสูง สามารถรองรับการกระแทกได้
5.จำนวนเต้ารับ ก่อนจะซื้อปลั๊กพ่วงสักตัวเราต้องทราบว่า จะใช้งานปลั๊กพ่วงต่อกับอะไรบ้าง ณ จุดนั้นๆ เพื่อให้การใช้งานคล่องตัว และมีขนาดเหมาะสม เช่น จุดนั้นใช้แค่เตาไมโครเวฟ หม้อหุงข้าว หรือเตาไฟฟ้า ซึ่งทำให้เห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องเลือกซื้อแบบที่มีเต้ารับไฟจำนวนหลายช่อง
6.กำลังไฟ หากเราใช้งานเพียงคอมพิวเตอร์ 2 ชุด ซึ่งโดยพื้นฐานทั่วไป คอมพิวเตอร์ส่วนมากจะใช้ไฟไม่เกินชุดละ 1000W ดังนั้น แค่ลำพังคอมพิวเตอร์ 2 ชุด กับอุปกรณ์ต่อพ่วงนิดหน่อย ใช้ปลั๊กไฟ 10A หรือ 2500W ก็พอ

การเลือกซื้อปลั๊กพ่วง ควรใส่ใจและใช้เวลาเลือกสักหน่อย หากเลือกผิดชีวิตเปลี่ยนได้นะคะ สำหรับการใช้งานปลั๊กพ่วง ไม่ควรพาดสาย หรือทำให้สายไฟหักงอ รวมถึงการใช้งานในจุดที่ไม่มีอากาศถ่ายเท เพราะจะทำให้ปลั๊กไฟพ่วงเกิดความร้อนสูง ไฟฟ้าลัดวงจร และเกิดอัคคีภัยตามมาค่ะ ปลั๊กไฟที่ได้มาตรฐานต้องมีการประกอบที่แน่นหนาและมีวัสดุของพลาสติกที่ไม่เปราะบางจนเกินไป อีกหนึ่งอย่างที่เราไม่ควรบที่จะละเลย ปลั๊กไฟที่มีระบบป้องกันพร้อมยังไงก็น่าซื้อหามาใช้มากกว่าอยู่ดี เพราะช่วยป้องกันภัยที่อาจถึงชีวิตได้